โดนัล ทรัมป์ VS คิม จอง อึน กับข้อตกลงที่ได้มาแบบมึนๆ

ads

                                                         โดนัล ทรัมป์ VS  คิม จอง อึน  กับข้อตกลงที่ได้มาแบบมึนๆ 

8

คิมจองอึน

                                                       คิม จอง อึน ผู้นำ แห่ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ)  

โดนัลทรัมป์

                                                                            ประธานาธิบดี โดนัลทรัมป์ ผู้นำแห่ง สหรัฐอเมริกา  

การประชุมสุดยอดผู้นำ ระหว่างประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์ ที่สาธารณรัฐสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561  ระยะแรก ได้มี ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองประหว่างประเทศ ต่างก็คิดว่า มันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะ ก่อนหน้านี้ ทั้ง สองฝ่ายต่างทำสงครามน้ำลาย ใส่กัน เพราะ คิมจองอึน ได้ประกาศ ทำการทดลองขีปนาวุธ ทั้งพิสัยกลาง และพิสัยไกล ในอัตราที่มีความถี่มาก เมื่อเทียบกับ บิดาของเขา นายคิมจองอิล ที่ กระทำการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ และขีปนาวุธ ปีละครั้ง การกระทำของคิมจองอึน ทำให้ เพื่อนบ้านอาทิ สาธารณรัฐเกาหลี หรือเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา ต่างตกใจของการกระทำของเกาหลีเหนือ ซึ่งมีความหวาดวิตก หวาดระแวงถึงภัยคุกคาม ที่อาจจะก่อให้เกิดสงครามขึ้นในภูมิภาคได้

สหรัฐอเมริกาก็เห็นถึงภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้น ประกอบกับ สหรัฐอเมริกาพึ่งจะได้ประธานาธิบดีใหม่ คือนายโดนัล ทรัมป์ ที่มีความร้อนแรง คารม ดุเดือด แม้ขนาด คนที่อยู่พรรครีพับริกัน ซึ่งเป็๋นพรรคเดียวกันที่ โดนัล ทรัมป์ สังกัด และเลือก โดนัล ทรัมป์ เป็นตัวแทนพรรคเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ก็ยังมีความขัดแย้งถึงขัี้นที่ปรีะกาศว่าไม่สามารถร่วมงานกับโดนัล ทรัมป์ ได้ ส่วน โดนัล ทรัมป์  ก็ได้ปลดคนในคณะรัฐมนตรี และตำแหน่งอื่นๆ ในระดับสูง เป็นจำนวนมาก แต่ที่เป็นข่าวมากที่สุดคือ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จากเดิม นาย เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน เป็นนาย ไมก์ ปอมเปโอ และด้วยกระแส ข่าวที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ โดนัล ทรัมป์ ได้มีส่วนให้ สหพันธรัฐรัสเซียเข้ามาแทรกแซงอีกด้วย แต่นั่นก็ไม่ใช่เป็นปัญหามากที่จะทำให้การประชุมเจรจาเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือมีปัญหา แต่ด้วยเนื่องจากการที่ ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ได้ใช้สื่ิอในโลกโซเชียล โดยเฉพาะ Twitter โพสต์ข้อความรุนแรงอันก่อให้เกิดการยั่วยุต่อ เกาหลีเหนือ ทั้งการโจมตีผู้นำเกาหลีเหนือ ทั้งในเรื่องส่วนตัว และการตัดสินใจของรัฐบาลเกาหลีเหนือ ในการละเมิดสิทธิมนุษยชน  และทำให้รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ทำการตอบโต้อย่างรุนแรง ทั้งผ่านกระทรวงการต่างประเทศ และผ่านสำนักข่าวกลาง KCNA  ประเทศต่างๆ อีกทั้งการที่ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ได้ ส่งกองเรือรบไปยังน่านน้ำ เกาหลีใต้ เพื่อเป็นการป้องปราม เกาหลีเหนือ ให้หยุดการกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดภาวะสงคราม ในภูมิภาค

แต่หลังจากที่คิมจองอึนไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าพบประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ถึง 2 ครั้ง ทำให้บรรยากาศเริ่มดีขึ้น โดยเริ่มแรก นายคิมจองอึนได้ส่งน้องสา่ว คิมโยจอง ไปเข้าร่วมพิธีปิดการแข่งขันกีรฬาโอลิมปิคฤดูหนาวที่เกาหลีใต้  และต่อมาก็ได้เกิดการประชุมระหว่าง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) และสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ระหว่างนายคิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และประธานาธิบดีมูนแจ อิน ผู้นำเกาหลีใต้ ที่หมู่บ้านปันมุนจอม ทำให้สัมพันธภาพและบรรยากาศ ระหว่าง 2 เกาหลีเริ่มดีขึ้น

คิม à¸„ิมคิม

และหลังจากที่ผ่านการประชุมของ สองเกาหลีไปแล้ว ก็มีข่าวเล็ดรอดออกมาว่าอาจจะมีการประชุมสุดยอดระหว่าง 2 ผู้นำคู่อริแห่งยุคคือ ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา และนายคิมจองอิล ผู้นำ แห่งเกาหลีเหนือ แต่ไม่ได้มีการระบุสถานที่จัดประชุมทั้งสองฝ่าย และในที่สุด การประชุมสุดยอดของสองผู้นำได้ ถูกจัดขึ้นที่ ประเทศสิงคโปร์ โดยออกค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัยในอัตราที่สูงมาก และแน่นอน เกาหลีใต้ได้แอบทุ่มงบประมาณในการจัดการประชุมครั้งนี้ให้กับเกาหลีเหนือ เป็นจำนวนมาก ทั้ง โรงแรมที่พัก และอื่นๆ ผลการประชุม นาทีประวัติศาสตร์ที่ ผู้นำทั้งสองได้เจอกันครั้งแรก ทำให้เป็นที่จับตามองของผู้คนทั้งโลก และคิมจองอึนเองพยายามปรับภาพลักษณ์ เพื่อให้ดูเป็นกันเอง มี ผู้คนในสิงคโปร์ ต่างมาถ่ายรูปเซล์ฟี่ กับคิมจองอึน แต่ก็ ถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยผู้นำเกาหลีเนือ กันออกไป

คิม

คิทม

คื

ร

ผลการประชุมต่างฝ่ายต่างชื่นชมกันและกัน และบรรลุข้อตกลงอย่างไร้อุปสรรค (ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ฮึ่มๆ จะรบกันให้ได้) แต่หลังจากการประชุมนี้ ก็มีข่าวทางการทหารโดยกระทรวงกลาโหมว่า คิมจองอึนก็ยังไม่ถอนฐานติดตั้ง ขีปนาวุธ การอุปกรณ์การติดตั้งเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ แต่ ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ กลับออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เกาหลีเหนือได้ทำตามข้อตกลงในการประชุมที่สิงคโปร์เป็นอย่างดี แต่หลังจากนั้นสักระยะ ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ได้ประกาศว่า เกาหลีเหนือยังไม่ได้กระทำการใดๆ เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงที่ได้ตกลงไว้ในการประชุมที่ประเทศสิงคโปร์ และได้เพิ่มมาตรการ การคว่ำบาตรเกาหลีเหนือมากขึ้น

สรุป งานนี้เกาหลีเหนือโดยเฉพาะคิมจองอึน มีแต่ได้กับได้ คือ ได้มาเปิดหูเปิดตาหรือมาเที่ยว ที่สิงคโปร์ อย่างสบายใจโดยใช้เงินของคนอื่น ได้มาหลอกปั่นหัวประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์เล่น เพื่อแลกกับลดความตึงเครียดในภูมิภาค ได้หลอกล่อให้ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่างที่มีต่อเกาหลีเหนือ ได้เดินสายพบผู้นำประเทศต่างๆ อย่างสบายใจ ทั้ง พบผู้นำจีน เกาหลีใต้ และไม่เว้นแม้สิงคโปร์ และยิ่งไปกว่านั้นเกาหลีเหนือได้ สร้างภาพลักษณ์ผู้นำของตนได้อย่างสวยหรูโดยที่แทบจะไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเลย ซึ่งงานการสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูดีของเกาหลีเหนือ เป็นงานถนัดสุดๆ เลยก็ว่าได้ ซึ่งการสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูดี กลายเป็นค่านิยมของคนในสังคมปัจจุบัน ที่มักนิยมสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ เพื่อให้คนอื่นๆ เห็นแต่สิ่งที่ดีๆ และซ่อนสิ่งที่ไม่อยากให้ใครรู้ไว้ และรวมทั้งใส่ร้าย สาดโคลนใส่กัน เพื่อให้ตัวเองดูดี โดยที่ไม่สนว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผู้อื่น โดยเฉพาะในโลกโซเชียล ที่ทุกคนต่างพบเจอกันอยู่บ่อยๆ ทำให้สังคมไม่น่าอยู่ มีความหวาดระแวง มีการใส่หน้ากากเข้าหากัน และหาทางเพื่อที่จะป้องกัน ไม่ให้ใครรู้ถึงเบิ้องหลังความจริงของตน ว่าเป็นเช่นไร เฉกเช่น สหรัฐอเมริกากับเกาหลีเหนือ แต่ข้อตกลงที่ได้มา ทุกคนต่างคาดหวังไปต่างๆ นานา แต่สุดท้าย ก็มึนกับข้อตกลง และผลของการปฏิบัติตามข้อตกลงการประชุมของเกาหลีเหนือ

ads

Leave a Comment

Your email address will not be published.

ads

You may like

ads
In the news
Load More
ads