สถานการณ์การก่อการร้ายของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ads

ดแด

สถานการณ์การก่อการร้ายของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สำคัญๆ นั้นมีหลายเหตุการณ์ซึ่งแต่ละเหตุการณ์สร้างความเสียหายให้กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประชาชนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ เนื่องจากประชาชนต่างหวาดกลัวในความปลอดภัย อีกทั้งสถานการณ์การก่อการร้ายย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนของนักลงทุนทั้งจากภายในภูมิภาคและนักลงทุนจากนอกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุน รวมทั้งบรรรยากาศการท่องเที่ยวที่กำลังมีแนวโน้มสดใสมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่างมีความร่วมมือทางด้านการท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยงเป็นเครื่อข่ายการท่องเที่ยว ระหว่างกัน และมีศูนย์กลางทางการบิน และการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ แต่ด้วยสถานการณ์การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นนั้นย่อมส่งผลถึงบรรยายกาศการท่องเที่ยวภายในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์
สถานการณ์การก่อการร้ายที่สำคัญๆของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะเริ่มตั้งแต่ หลังเหตุการณ์เมื่อ วันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 โดยดูจากประเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย   สิงคโปร์ พม่า ลาว กัมพูชา และเวียตนาม ซึ่งมีดังนี้
สถานการณ์การก่อการร้ายในประเทศฟิลิปปินส์ 

เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2004 ไฟไหม้เรือบริเวณนอกชายฝั่ง นครมะนิลา มีการวางระเบิดบนเรือดังกล่าว โดยกลุ่ม อาบูไซยาฟ
เดือนมีนาคม ค.ศ.2004 การวางระเบิด ในย่านมากาติ ซึ่งเป็นย่านธุรกิจการค้าของมะนิลา โดยที่กลุ่มอาบูไซยาฟ ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อ ออกมาตอบโต้รัฐบาลที่ส่งกองทัพไปโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่ม ที่บนเกาะโจโล
จากการปะทะกันระหว่างกองทัพของรัฐบาลกับกลุ่มขบวนการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ในช่วง 15 ธันวาคม ค.ศ. 2003 ถึง 10 มิถุนายน ค.ศ. 2004 มียอดผู้เสียชีวิตของทั้ง 2 ฝ่าย มากกว่า 200 คน โดยผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ มีผู้เสียชีวิต 111 คนมีผู้บาดเจ็บ 12 คน ยอมเข้ามมอบตัว 285 คน และสามารถจับกุมตัวได้ 104 คน ส่วนทางฝ่ายรัฐบาลประกอบด้วย ทหารตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐบาล มียอดผู้เสียชีวิต จำนวน 91 คน บาดเจ็บ 125 คน จากเหตุการณ์ปะทะกัน 460 ครั้ง1 โดยที่ โฆษกกองทัพฟิลิปปินส์แถลงว่า ยอดของผู้ก่อการร้ายที่ถูกจับกุมได้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลได้พยายามหลีกเลี่ยงที่จะใช้วิธีการรุนแรง โดยจะเน้นให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก ส่วนการใช้กำลังจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ที่จะนำมาใช่ อีกทั้งยังแถลงว่า กองทัพพร้อมสนับสนุนการเจรจาสันติภาพ กับกลุ่ม National Democratic Front หรือ NDF
และล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 2  มีเหตุลอบวางระเบิดที่อาคารรัฐสภาในนครมะนิลา มีผู้เสียชีวิต 3 คน หนึ่งในนั้นคือ นายวาฮับ อัคบาร์ ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของฟิลิปปินส์ ซึ่งเคยเป็นอดีตสมาชิกหัวรุนแรง ของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนทางภาคใต้ และเป็นผู้ทรงอิทธิพลอย่างมาก อีกทั้งยังเคยเป็นสมาชิกกลุ่ม MILF ปัจจุบัน นายอัคบาร์ กำลังช่วยเหลือรัฐบาลปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายบนเกาะบาสิลันทางภาคใต้ของประเทศ ทั้งนี้สถานการณ์การก่อการร้ายในประเทศฟิลิปปินส์ เกิดขึ้นมาจากกลุ่มต่างๆที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน โดยเฉพาะทางภาคใต้ บริเวณ เกาะมินดาเนา ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม และมีความขัดแย้งกับชาวคริสต์ในฟิลิปปินส์ ซึ่งประชากรนับถือศาสนาคริสต์ ความขัดแย้งระหว่างชาวคริสต์และมุสลิมมีมาตั้งแต่สมัยที่ สเปน เข้ามาปกครองฟิลิปปินส์ ในยุคอาณานิคม และหลังที่สหรัฐอเมริกาชนะสงครามกับสเปนก็ได้เข้ามาครอบครองฟิลิปปินส์ และได้จัดระบบการปกครองได้มีการจัดสรรที่ดินให้กับชาวฟิลิปปินส์คริสต์ อีกทั้งการผนวกเกาะมินดาเนา มาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศฟิลิปปินส์ อีกทั้งสนับสนุนชาวฟิลิปปินส์คริสต์ย้ายถิ่นฐานมายังทางภาคใต้ บริเวณเกาะมินดาเนา ทำให้เกิดการแย่งที่ดินทำกินกับชาวมุสลิม จึงเกิดการต่อต้านเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน  กลุ่มก่อการร้ายที่สำคัญ ที่มีจุดประสงค์แยกดินแดนเช่น กลุ่ม MNLF และ กลุ่ม MILF  โดยที่กลุ่ม MNLF ได้ทำการเจรจากับรัฐบาลฟิลิปปินส์ ตั้งแต่สมัยประธานธิบดี เฟอร์ดินาน มาร์กอส โดยส่งนางอีเมลด้า มาร์กอส ภริยาเป็นตัวแทนพิเศษไปยังประเทศลิเบีย เพื่อทำการเจรจา กับกลุ่ม MNLF ทั้งนี้ผลการเจรจาเป็นที่น่าพอใจ  อีกทั้งมาสมัยประธานาธิบดี พลเอกฟิเดล รามอส  ได้มีการจัดตั้งเขตการปกครองพิเศษในหมู่เกาะมินดาเนา (Autonomous Regions of Muslim Mindanao : ARMM) และทำให้กลุ่ม MNLF ยอมวางอาวุธและเข้าร่วมกับรัฐบาลอีกทั้ง ผู้นำของกลุ่ม MNLF คือ นูร์ มิซัวรี ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นผู้ว่าราชการของเขตการปกครองพิเศษดังกล่าวอีกด้วย
แต่ทว่า สถานการณ์ที่ดูเหมือนว่จะจบลงกลับกลายเป็นว่ามีกลุ่มแบ่งแยกดินแดนขึ้นมาใหม่อีก นั่นคือ กลุ่ม MILF นำโดย ฮาซิม ซาลามัด ซึ่งต่อต้านข้อตกลงที่ทำระหว่างกลุ่ม MNLF กับ รัฐบาลฟิลิปปินส์ เนื่องจากจุดประสงค์ของกลุ่ม MILF นั้นต้องการแบ่งแยกดินแดน บริเวณ หมู่เกาะมินดาเนา เป็นเอกราช อีกทั้งมีเป้าหมายสูงสุดคือ การจัดตั้งรัฐอิสลามโดยใช้ กฎหมายอิสลาม มาปกครองประเทศ  จึงเกิดการปะทะกับกองกำลังรัฐบาลฟิลิปปินส์ และกลุ่ม MILF ได้วางแผนลอบวางระเบิดในฟิลิปปินส์ หลายครั้ง เพื่อเป็นการตอบโต้รัฐบาล และหลังจากที่กลุ่ม MNLF ได้วางอาวุธได้ไม่นาน ก็ได้กลับมาจับอาวุธอีกครั้งเพื่อต่อสู้กับรัฐบาล เนื่องจากมิซัวรี รู้ว่า จะแพ้เลือกตั้ง ผู้ว่าราชการของเขตการปกครองพิเศษ  ทำให้ต้องกลับมาจับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาลฟิลิปปินส์อีกครั้ง และมิซัวรี ได้หลบหนีไปยังมาเลเซีย และถูกทางการมาเลเซียควบคุมตัวไว้  นอกจากนี้ยังมีกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มใหม่ที่ระยะหลังมีความโดดเด่นและมีบทบาทมากขึ้นในการปฏิบัติการก่อการร้ายในฟิลิปปินส์ นั่นคือกลุ่มอาบูไซยาฟ
ในการปฏิบัติการแต่ละครั้งของกลุ่มอาบูไซยาฟนั้นมีความโหดเหี้ยม เช่น การลักพาตัว จับตัวประกัน เรียกค่าไถ่  การฆ่าตัดคอ และการลอบวางระเบิด ในสถานที่สำคัญๆ ในหลายปีที่ผ่านมากลุ่ม อาบูไซยาฟ มักจะจับตัวประกัน จากแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนเป็นจำนวนมาก เช่นสถานตากอากาศและดำน้ำ บนเกาะสิปาดัน ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังที่มีชื่อเสียงของมาเลเซีย  ทำให้เกิดความไม่มั่นคงปลอดภัยของนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวตะวันตก  รัฐบาลฟิลิปปินส์ ได้ทำการส่งกองทัพไปปราบปรามซึ่งรัฐบาลมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงอีกทั้งยังเป็บกบฎแบ่งแยกดินแดน ที่ยังคงต่อสู้กับรัฐบาลและไม่ต้องการให้กลุ่มแบ่งแยกดินแดนต่างๆ เหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายสากล                                                                                        ในสถานการณ์ปัจจุบัน มีกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มใหม่จากตะวันออกกลาง คือกลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย (Islamic State of Iraq and Syria : ISIS) ซึ่งได้แผ่กระจายไปทั่วภูมิภาคนอกจากนี้ยังสร้างเครือข่ายไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพยายามสร้างกลุ่มการร้ายในท้องถิ่น โดยเฉพาะในฟิลิปปินส์ซึ่งมีการสู้รบในภาคใต้หมู่เกาะมินดาเนา เกาะปาลาวัน เมืองมาราวี โดยประธานาธิบดีโรดริโก้ ดูเตอร์เต้ แห่งฟิลิปปินส์ ซึ่งได้รับตำแหน่งสืบต่อจากประธานาธิบดี เบนินโญ่ อาคีโน่ ซึ่งเป็นบุตรชายของอดีตประธานาธิบดีคอราซอน อาคีโน่ ได้หมดวาระการดำรงตำแหน่งลง หลังการเลือกตั้ง ได้ทำการส่งกองทัพไปปฏิบัติการในภาคใต้หมู่เกาะมินดาเนา โดยเฉพาะเมืองมาราวี ที่กลุ่มก่อการร้ายท้องถิ่นที่สายสัมพันธ์กับกลุ่ม ISIS ได้เข้าทำการโจมตีเมืองและยึดเมือง  การที่ส่งกำลังทหารเข้าไปนั้น ทำให้เกิดการสู้รบอย่างดุเดือดเป็นอย่างมาก     อีกทั้งประธานาธิบดีโรดริโก้ ดูเตอร์เต้ เองมีนโยบานที่แข็งกร้าว หรือผู้คนมักเรียกว่าสายเหยี่ยว หรือผู้นำขาโหด เนื่องจากหลังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์แล้วได้ดำเนินนโนบายปราบปรามยาเสพติดอย่างดุเดือด โดยมีเหตุการณ์ฆ่าตัดตอน ซึ่งคล้ายกับตอนที่ไทยทำสงครามปราบปรามยาเสพติด ฟิลิปปินส์มีคนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก หลังจากดำเนินนโยบายดังกล่าว และการที่ส่งกำลังทหารไปปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายใน ภาคใต้ ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน แต่ประธานาธิบดีโรดริโก้ ดูเตอร์เต้มองว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะมองภาพรวมเรื่องความมั่นคง และด้วยภูมิประเทศที่เป็นหมู่เกาะ ย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคง อำนาจอธิปไตยรวมทั้งเสถียรภาพของรัฐบาลฟิลิปปินส์ จึงต้องดำเนินนโยบายที่แข็งกร้าวต่อกลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ เพราะมีการลักพาตัวนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เป็นตัวประกัน เพื่อเรียกค่าไถ่ ถ้าไม่ได้รับตอบสนองใดๆ ก็จะฆ่าตัดคอตัวประกัน นอกจากนี้ยังมีการปล้นชิงทรัพย์สินของประชาชน ในเมืองต่างๆ เช่น มาราวี จากที่กล่าวมาเป็นเหตุผลหนึ่งในการดำเนินนโยบายที่แข็งกร้าวของประธานาธิบดีโรดริโก้ ดูเตอร์เต้

ads

Leave a Comment

Your email address will not be published.

ads

You may like

ads
In the news
Load More
ads