ลำนำทะเลทราย SOUND OF THE DESERT

ads

                                                                                    ลำนำทะเลทราย  Sound of the Desert 

ลำนำทะเลทราย

มนต์เสน่ห์ แห่งท้องทุ่งหญ้า กับการแก่งแย่งอำนาจ ไม่เว้นแม้กระทั่งความรัก  ซีรี่ย์ “ลำนำทะเลทราย (Sound of the Desert)” ดัดแปลงมาจากนวนิยายเรื่อง “ต้าโม่เหยา (Ballad of the Desert)” ของนักประพันธ์หญิงชาวจีนนามว่า “ถงหัว” แต่หลังจาก SARFT (หน่วยงานของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่คอยตรวจสอบและควบคุม สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ ภาพยนตร์  โทรทัศน์ ฯลฯ) ตรวจสอบแล้วพบว่าเนื้อหาในละครขัดแย้งกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์จึงขอให้ผู้ผลิตทำการปรับปรุงแก้ไข ทำให้ละครถูกยกเครื่องใหม่ทั้งที่ผลิตเสร็จแล้ว โดยชื่อเมือง เผ่าต่างๆ ราชวงศ์ และชื่อตัวละคร (ที่นำบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์มาอ้างอิง) ได้ถูกเปลี่ยนเป็นชื่อสมมุติทั้งหมด ขณะที่ธงทหาร ตราหรือป้ายชื่อต่างๆ รวมทั้งเสียงพากย์และซับไตเติ้ลก็ต้องรื้อทำใหม่เช่นกัน ซึ่งการกระทำดังกล่าวของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นการแสดงให้เห็นว่า มีความหวาดระแวง อีกทั้งห่วงภาพลักษณ์ของรัฐบาลเอง กล่าวคือ เนื้อหาส่วนใหญ่กล่าวถึงชนเผ่าต่างๆ ที่อยู่ในทะเลทรายที่มีความพยายามต่อสู้เพื่อแย่งชิงดินแดนและประชากร รวมทั้งการต่อสู้เพื่อเป็นเอกราช ไม่ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของจีนในขณะนั้นคือ  ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก โดยเฉพาะรัชสมัย จักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ (หลิวเช่อ)   ที่มีความทะเยอทะยาน ที่จะขยายอำนาจของตนไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ซึ่งมีนครฉางอาน (เมืองซีอาน มณฑลส่านซี ในปัจจุบัน) เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางอำนาจการปกครอง

m

หลังจากรัชสมัยของจักรพรรดิฮั่นเหวินตี้ (หลิวเหิง) และจักรพรรดิฮั่นจิ่งตี้ (หลิวฉี) ซึ่งเป็นพระอัยกาและพระราชบิดา ของจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ ตามลำดับ ได้สร้างสรรค์ความเจริญให้กับราชวงศ์ฮั่นตะวันตก มากกว่า 40 ปี ดังนั้น จักรพรรดิฮั่นอู่ตี้จึงมีพระราชดำริอยากจะให้รัชสมัยของพระองค์ เจริญรุ่งเรือง มากกว่าสมัยพระราชอัยกาและพระราชบิดา จึงทรงทำทุกอย่างเพื่อให้พระราชอาณาจักรของพระองค์ขยายอำนาจและบารมี ไปยังดินแดนต่างๆ เพื่อให้เกิดความมั่นคง ป้องกันการรุกรานของชนเผ่าอารยชนรอบๆ พระราชอาณาจักรฮั่นตะวันตก จึงทรงมีพระราชดำริ ในการส่งกองทัพไปยังชายแดนเพื่อพร้อมต่อการโจมตีชนเผ่าต่างๆ ที่ยังคิดจะยกทัพมารุกรานพระราชอาณาจักรฮั่นตะวันตก โดยมีแม่ทัพที่เก่งกาจมากฝีมือ อาทิเช่น เว่ยชิง ฮั่วชี่ปิ้ง (ในเรื่องเรียก เว่ยอวู๋จี้ พระเอกในเรื่อง) ซึ่งมีความเก่งกาจมาก จนเป็นที่ยำเกรงของข้าศึก

f

ซีรีย์เรื่อง “ลำนำทะเลทราย” กล่าวถึงเรื่องราวของเด็กกำพร้านามว่า “อวี้จิ่น” ในเรื่องเรียก ซินเยว่ ซึ่งถูกเลี้ยงดูโดยหมาป่าในทะเลทรายแถบซีอวี้ (ทะเลทรายแถบตะวันตกหรือแถบซินเจียงฯ ในปัจจุบัน) ก่อนที่จะมีชายชาวฮั่นซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในเผ่าซงหนู ลากตัวเธอไปที่เผ่าแล้วเลี้ยงดูในฐานะลูกบุญธรรมเมื่อเก้าปีก่อนหมายตอบแทนที่เธอช่วยชีวิตเขาเอาไว้ (ความจริงแล้วเผ่าซงหนูกับราชวงศ์ฮั่นตะวันตกเป็นศัตรูกัน)  เธอจึงได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ อาทิ การใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์ การอ่าน-เขียนอักษรฮั่น การเมืองในราชสำนัก กลยุทธการศึกสงคราม ศิลปะการต่อสู้ ฯลฯ จากพ่อบุญธรรมซึ่งเป็นอาจารย์ของรัชทายาท “อวีตัน” (พ่อบุญธรรมของเธอไม่สอนภาษาซงหนู เพราะหวังว่าสักวันจะพาเธอกลับไปใช้ชีวิตที่ต้าฮั่นซึ่งเป็นบ้านเกิด และไม่สอนให้เธอขี่ม้าเพราะกลัวเธอหนีไป) เธอจึงมีเพื่อนเป็นเด็กชาวซงหนู รวมทั้งเพื่อนรุ่นพี่อย่างรัชทายาทอวีตัน กับอ๋อง “อีจื้อเสีย” ในเรื่องเรียก หูเหวยลี่ (อาของรัชทายาทอวีตัน / น้องชายคนเล็กของเจ้าผู้ครองเผ่า) รวมทั้งเด็กหญิงที่ชื่อ “มู่ต๋าตั่ว” ในเรื่องเรียก เม่าอวิ๋นจู   หลังจากนั้นไม่กี่ปีได้เกิดความพลิกผันทางการเมืองขึ้นในเผ่า ส่งผลให้พ่อบุญธรรมของซินเยว่เสียชีวิต อวีตันพาซินเยว่หลบหนีออกจากเผ่าซงหนูหมายมุ่งหน้าไปยังแผ่นดินราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ตามคำสั่งเสียของพ่อซินเยว่ แต่หูเหวยลี่ซึ่งขึ้นแท่นเป็นผู้ปกครองเผ่าคนใหม่ส่งทหารออกติดตามทั้งคู่อย่างไม่ลดละตลอดสองวันเต็มๆ อวีตันเห็นว่าขืนควบม้าหลบหนีต่อไปพวกตนคงไม่รอดแน่จึงหว่านล้อมให้ซินเยว่กลับไปอยู่กับฝูงหมาป่าในทะเลทรายตามเดิมโดยสัญญาว่าจะกลับมารับ หลังจากนั้นเขาก็ควบม้าหนีไปอีกทางหมายเอาตัวเองเป็นเหยื่อล่อเหล่าทหารให้ติดตามตน

gh

หลายปีต่อมาซินเยว่เติบโตเป็นสาวแรกรุ่นและยังคงใช้ชีวิตท่ามกลางฝูงหมาป่าในทะเลทราย และนั่นก็ทำให้เธอได้พบกับชายขาพิการนามว่า “เมิ่งซีม่อ” ในเรื่องเรียก ม่อสวิน หรือท่านเก้า (เมิ่งจิ่ว) ซึ่งร่วมขบวนมากับกลุ่มพ่อค้า ตอนแรกเธอตั้งใจว่าจะขโมยเสื้อผ้าสตรีสักชุดและเกลืออีกเล็กน้อยแต่ถูกจับได้เสียก่อน เมื่อท่านเก้ารู้ความประสงค์ของเธอจึงมอบชุดสตรีชาวโหลวหลัน (อาณาจักรโบราณในแถบซินเจียงซึ่งอยู่ระหว่างราชวงศ์ฮั่นตะวันตกกับเผ่าซงหนู) ที่ทั้งสวยและล้ำค่าให้เธอ ในเวลาต่อมาเธอได้ช่วยคนกลุ่มหนึ่งให้รอดพ้นจากการโจมตีของโจรทะเลทราย หนึ่งในนั้นก็คือ  “ฮั่วชวี่ปิ้ง” ในเรื่องเรียก เว่ยอวู๋จี้  ซึ่งในตอนนั้นเธอรู้เพียงว่าเขาชื่อ “เสี่ยวฮั่ว”  ชายในกลุ่มขอให้เธอช่วยนำทางเพราะพวกตนถูกโจรไล่ล่าจนหลงทาง โดยบอกว่าจะไปเมืองตุนหวงก่อนย้อนกลับฉางอัน ซินเยว่จึงช่วยนำทางไปยังบ่อน้ำพุร้อนจันทร์เสี้ยวโดยบอกทุกคนว่าตนชื่อ ซินเยว่  ตลอดการเดินทางสองวันเธอได้ยินเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับเมืองฉางอัน (เมืองหลวงของราชวงศ์ฮั่นตะวันตก) มากมาย ทำให้นึกถึงความปรารถนาของพ่อที่อยากให้เธอไปอยู่ที่นั่น  เธอจึงขอเงินจำนวนหนึ่งจากเสี่ยวฮั่วเป็นค่าตอบแทนในการนำทาง หลังครุ่นคิดอยู่นานในที่สุดซินเยว่ ก็บอกลา “พี่หมาป่า” แล้วมุ่งหน้าไปยังเมืองฉางอันตามลำพังโดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ซินเยว่   หลังใช้เงินจนหมด ซินเยว่ เลยต้องระเห็จออกไปอยู่กับกลุ่มขอทานนอกเมืองฉางอันทำให้ได้รู้จักกับขอทานน้อย “โกว่หวาจื่อ” และขอทานเฒ่า เมื่อขอทานน้อยโกว่หวาจื่อแนะให้เธอไปเคาะประตูของานตามบ้าน เธอจึงกลับเข้าไปในเมืองฉางอันเพื่อรับจ้างซักผ้าแต่ถูกปฏิเสธจากทุกคน ถึงกระนั้นเธอก็ยังไม่ยอมแพ้ พอไปบ้านหลังหนึ่งแล้วถูกปฏิเสธอีกตามเคยเธอจึงตื๊อขอทำงานอื่นๆ แลกอาหาร เมื่อ “หงกู” (ป้าหง) มาพบเข้าจึงอนุญาตให้เธอกวาดลานบ้านก่อนยกเกี๊ยวและน้ำชามาให้เธอดื่มกิน จินอวี้กินเกี๊ยวและน้ำชาอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่รู้ว่ามียาสลบผสมอยู่ รู้ตัวอีกทีเธอก็พบว่าตนเองถูกขังอยู่ในห้องพร้อมเด็กสาวที่ชื่อ “ฟางหรู” ซึ่งถูกแม่เลี้ยงขายให้เรือนร้องรำที่ชื่อ  “ลั่วอวี้ฝาง” หรือ “เรือนหยกโปรย” เมื่อเห็นว่าไม่มีทางหนีพ้น ซ้ำยังไม่มีที่ไป ซินเยว่จึงยอมทำตามคำสั่งของหงกูซึ่งเป็นผู้ดูแลเรือนหยกโปรย และได้เรียนรู้วิชาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการร่ายรำ ร้องเพลง เป่าขลุ่ย เย็บปักถักร้อย ฯลฯ จากที่นั่น

h                                                                      h g

หลังผ่านไปนานสามเดือนนายห้างสือฝ่างส่งคนมาตามหาซินเยว่ที่เรือนหยกโปรย (ซึ่งเป็นกิจการในเครือสือฝ่าง) ซินเยว่นึกสงสัยว่านายห้างคนดังกล่าวอาจเป็นเสี่ยวฮั่ว แต่แล้วกลับพบว่าเขาคือท่านเก้า แถมขอทานน้อยโกว่หวาจื่อยังทำงานที่คฤหาสน์สือของท่านเก้าโดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “สือเฟิง” อีกด้วย ท่านเก้าเล่าว่าสือเฟิงแอบนำชุดของเธอ (ที่ท่านเก้ามอบให้) ไปจำนำเพราะต้องการเงินมารักษาปู่ บังเอิญว่าเถ้าแก่โรงจำนำติดตามท่านเก้าไปซีอี้ (ดินแดนตะวันตก) ในครานั้นด้วยจึงจำชุดได้และรีบมารายงาน ท่านเก้าจึงรู้ว่าซินเยว่อยู่ในเมืองฉางอัน ซินเยว่ขอให้ท่านเก้าละเว้นหงกูที่ทำผิดกฏ (ท่านเก้าห้ามไม่ให้หลอกหรือบังคับหญิงสาวมาทำงานที่เรือนหยกโปรย) ทั้งยังขอให้เขารับเธอเข้าทำงานที่สือฝ่าง ท่านเก้ารับปากว่าจะหางานที่เหมาะกับเธอและบอกให้เธอพักที่คฤหาสน์สือในฐานะแขกของตนไปพลางๆ ก่อน  เมื่อซินเยว่กลับไปเยี่ยมหงกูที่เรือนหยกโปรยแล้วรู้ว่าเรือนหยกโปรยของท่านเก้ากำลังอยู่ในช่วงขาลง ผิดกับคู่แข่งอย่างเรือนฟ้าหอมที่กำลังโตวันโตคืน ซินเยว่จึงอาสาดูแลเรือนหยกโปรยให้ท่านเก้าและหมายมั่นว่าจะฟื้นฟูกิจการให้กลับมารุ่งโรจน์ดังเดิม และกลยุทธเด็ดที่เธอคิดจะนำมาเป็นจุดขายคือการแสดงชุดบุปผาเบ่งบานซึ่งกล่าวถึงเรื่องราวความรักระหว่างสตรีสูงศักดิ์อย่าง “องค์หญิงผิงหยาง” (พระพี่นาง) กับอดีตคนเลี้ยงม้า ซึ่งปัจจุบันคือพระสวามีและแม่ทัพใหญ่นามว่า “เว่ยชิง” (น้องชายฮองเฮา / น้าของเว่ยอวู๋จี้ หรือฮั่วชวี่ปิ้ง) แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือต้องการให้พระพี่นางช่วยหนุนหลังเรือนหยกโปรย  วันหนึ่ง “หลี่เหยียนเหนียน” แบกพิณมาขอทำงานที่เรือนหยกโปรย หลังพบว่าฝีมือบรรเลงเพลงพิณของเขาไม่ธรรมดาจินอวี้จึงสงสัยว่าทำไมเขาถึงไม่ไปสมัครที่เรือนร้องรำชื่อดังอย่างเรือนฟ้าหอม เหยียนเหนียนยอมรับว่าเรือนฟ้าหอมรับตนเข้าทำงานแล้ว แต่หลังจากน้องสาวของตนได้ยินข่าวเรื่องการแสดงชุดบุปผาเบ่งบาน นางจึงอยากให้ตนมาทำงานที่นี่ ซินเยว่แปลกใจที่น้องสาวของเหยียนเหนียนมองแผนการของตนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ทั้งยังสงสัยว่านางมีแผนการอะไรกันแน่ ทำไมถึงต้องการสานสัมพันธ์กับพระพี่นางเช่นเดียวกับตน ถึงกระนั้นซินเยว่ก็รับเหยียนเหนียนเข้าทำงาน เธอรู้ว่าเขาและน้องๆ มาจากต่างถิ่นและไม่มีที่ซุกหัวนอนจึงบอกให้เขาพาน้องชายน้องสาวมาพักในห้องว่างที่เรือนหยกโปรย

ff

ครั้นได้พบ “หลี่เหยียน” ในเรื่องเรียก ฉินเซียง น้องสาวของเหยียนเหนียน ซินเยว่และหงกูก็ถึงกับตกตะลึงในท่วงท่าและกิริยาอันอ่อนช้อย แม้หญิงสาวจะสวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้าแต่ซินเยว่และหงกูรู้ว่าเธอมีรูปโฉมที่งดงาม ถึงกระนั้นก็มีเพียงจินอวี้ที่รู้ว่าฉินเซียงมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์บางอย่าง หลังเปิดการแสดงชุดบุปผาเบ่งบาน เรือนหยกโปรยก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อเว่ยอู๋จี้ มาชมการแสดงชุดดังกล่าวและได้พบซินเยว่อีกครั้งเขาก็รู้สึกดีใจ เธอยังไม่ทันได้คุยกับเขาก็ต้องปลีกตัวไปต้อนรับท่านเก้า ม่อสวิน  เขาจึงได้แต่นั่งหน้าบูดจน หงกูต้องมาตามซินเยว่ไปช่วยรับมือ เว่ยอู๋จี้อธิบายว่าตอนที่อยู่ในทะเลทรายเขาโกหกเธอว่าตนเป็นพ่อค้าเพราะในตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าเธอเป็นคนของฝ่ายใดกันแน่ เขาเห็นเธอเปิดการแสดงชุดบุปผาเบ่งบานจึงแอบผิดหวังเพราะนึกว่าเธออยากเข้าวัง (เขารู้ว่าเธอเปิดการแสดงชุดดังกล่าวเพื่อดึงดูดความสนใจจากพระพี่นาง เพราะพระพี่นางกำลังสรรหาหญิงงามคนใหม่ไปถวายฮ่องเต้) เมื่อซินเยว่ ปฏิเสธเขาก็รู้สึกโล่งใจและถามต่อว่าแผนของเธอคืออะไรกันแน่ ซินเยว่หันไปมองฉินเซียงแล้วบอกว่าแผนของตนอยู่ที่นาง  ทันใดนั้นก็มีคนมารายงานว่าท่านเก้าได้ชมการแสดงชุดดังกล่าวแล้วรู้สึกโกรธมาก  เว่ยอู๋จี้ได้ยินดังนั้นก็สิ้นสงสัยว่าทำไมอยู่ๆ สือฝ่างจึงยอมให้เรือนหยกโปรยเปิดการแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเชื้อพระวงศ์  ที่แท้ซินเยว่ กระทำเองโดยพลการ ถึงกระนั้นเขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้จึงอาสาไปพบท่านเก้า ม่อสวินเป็นเพื่อนเธอ ซินเยว่แอบอุ่นใจที่มีคนเป็นห่วงและส่ายหน้าแทนคำตอบ  เว่ยอู๋จี้จึงเปรยว่าหากสือฝ่างไม่ต้องการเธอก็ให้ย้ายไปอยู่ที่บ้านตน ท่านเก้ารู้ว่าซินเยว่คิดการณ์ใหญ่ถึงกล้านำเรื่องส่วนตัวของพระพี่นางมาทำการแสดง ซินเยว่ยอมรับว่าตนต้องการสานสัมพันธ์กับพระพี่นาง แท้จริงแล้วซินเยว่เข้าใจเรื่องการเมืองและขั้วอำนาจในราชสำนักเป็นอย่างดี เธอเดาว่าที่กิจการของสือฝ่างตกต่ำเพราะอยู่คนละขั้วอำนาจจึงไม่ได้รับการสนับสนุนจากสกุลเว่ยของฮองเฮาซึ่งกำลังเรืองอำนาจในราชสำนัก ท่านเก้าเห็นว่าซินเยว่เป็นคนทะเยอทะยานและกล้าได้กล้าเสียเลยไม่อยากเอาชีวิตทุกคนมาเสี่ยง เขากล่าวด้วยน้ำเสียงตัดรอนว่าจะขายเรือนหยกโปรยให้เธอ นับจากนี้เรือนหยกโปรยไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับสือฝ่างอีก จะบริหารจัดการอย่างก็สุดแท้แต่เธอ  ในที่สุดพระพี่นางก็เสด็จมาชมการแสดงชุดบุปผาเบ่งบานที่เรือนหยกโปรยซึ่งนำแสดงโดยฟางหรูกับชิวเซียง พอเว่ยอวู๋จี้ รู้เข้าก็รีบตามมาเพราะกลัวว่าพระพี่นางจะพา ซินเยว่ เข้าวัง แม้จะรู้สึกประทับใจแต่พระพี่นางกลับไม่ต้องการให้เปิดการแสดงชุดนี้อีก ซินเยว่รีบคุกเข่าขอรับโทษ พระพี่นางหันมาชื่นชมในรูปโฉมและสติปัญญาของซินเย่ เว่ยอวู๋จี้เห็นดังนั้นจึงรีบแก้ไขสถานการณ์ด้วยการทำตัวสนิทสนมกับซินเยว่ จากนั้นก็โม้ว่าตนกับซินเยว่เคยเผชิญความเป็นความตายในทะเลทรายมาด้วยกัน ซินเยว่จึงจัดการแสดงชุดนี้เพื่อเรียกร้องความสนใจจากตน เมื่อพระพี่นางเสด็จกลับแล้ว ซินเยว่จึงบอกเว่ยอู๋จี้ว่าตนจะส่งฉินเซียงเข้าวัง  เว่ยอวู๋จี้จึงคิดที่จะช่วยเธออีกแรง

bh

ซินเยว่รู้ว่าฉินเซียงต้องการเข้าวังแต่ไม่รู้ว่าฉินเซียงเป็นใครและมีจุดประสงค์ใดกันแน่ เธอจึงเปิดอกคุยกับฉินเซียงทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วบิดาของหลี่เหยียนเป็นชาวโหลวหลันที่ถูกทูตชาวฮั่นทรมานจนตาย ในตอนนั้นมารดาฉินเซียงซึ่งเป็นชาวฮั่นเพิ่งตั้งครรภ์ได้เพียงหนึ่งเดือน นางจึงโกรธเกลียดและไม่ยอมรับว่าตนเองเป็นชาวฮั่น เมื่อพ่อของหลี่เหยียนเหนียนและหลี่ก่วงลี่ซึ่งเดินทางไปท่องเที่ยวในแดนซีอวี้ช่วยชีวิตนางเอาไว้ นางจึงแต่งงานกับเขาแล้วย้ายมาอยู่จงหยวน (ที่ราบภาคกลางซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของชาวฮั่น) ถึงกระนั้นแม่ของฉินเซียง ก็พาเธอกลับไปไหว้หลุมศพบิดาที่เนินมังกรขาวทุกปี แม้จะรู้ว่าฉินเซียงต้องการเข้าวังเพื่อแก้แค้นและกำราบฮ่องเต้ไม่ให้รังแกชาวโหลวหลัน แต่ซินเยว่ ยังคิดที่จะสนับสนุนเธอ ในที่สุดซินเยว่ก็ช่วยให้ฉินเซียงเข้าวังได้สำเร็จ ขณะเดินกลับเรือนหยกโปรยในยามค่ำคืนกับเว่ยอู๋จี้ ซินเยว่ตกใจจนแทบช็อคเมื่อเห็นหูเหว่ยลี่ เดินออกจากเรือนฟ้าโปรยโดยแต่งกายเป็นชาวฮั่น เธอไม่นึกฝันว่าเจอเขาในเมืองฉางอัน เว่ยอู๋จี้รู้สึกได้ว่าซินเยว่ กำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างจึงสงสัยว่าเธอกลัวอะไร ซินเยว่ไม่ต้องการให้  หูเหวยลี่ เห็นตนจึงโผเข้ากอดเว่ยอู๋จี้ และซุกหน้าไปที่ไหล่ของเขา เว่ยอู๋จี้จึงปลอบและให้คำมั่นกับเธอว่าตราบใดที่ตนอยู่ที่นี่จะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนในเมืองฉางอันทำร้ายเธอโดยเด็ดขาด นึกไม่ถึงว่าเม่าอวิ๋นจู จะจำซินเยว่ได้ ก่อนเดินทางกลับเผ่าซงหนู เม่าอวิ๋นจูแอบมาพบซินเยว่ที่เรือนหยกโปรยตามลำพัง จากนั้นก็เล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียเพื่อนรักอย่างอดีตรัชทายาทอวีตันและพ่อบุญธรรมหวนคืนมาอีกครั้ง เม่าอวิ๋นจูรู้ว่าซินเยว่ไม่อยากพบเจอหูเหวยลี่ อีกจึงสัญญาว่าจะเก็บเรื่องที่พบเธอเป็นความลับ (ทุกคนในเผ่าคิดว่าเธอตายแล้ว)  แม้ซินเยว่จะไม่ได้อยู่ร่วมชายคากับท่านเก้า ม่อสวินแล้วแต่ทั้งคู่ยังคงสื่อสารกันผ่านนกพิราบ เมื่อท่านเก้าเป็นฝ่ายเรียกเธอไปพบเป็นครั้งแรกในช่วงวันปีใหม่ เธอจึงรู้สึกดีใจมากและอยากเผยความรู้สึกให้เขารับรู้ หลังถามไถ่เรื่องสุขภาพด้วยความเป็นห่วงแล้วท่านเก้าก็ถือโอกาสฉลองปีใหม่และวันเกิดเธอด้วยบะหมี่ (เส้นบะหมี่หมายถึงอายุยืน) เมื่อซินเยว่แย้งว่าวันนี้ไม่ใช่วันเกิดเธอ ท่านเก้าจึงชี้ว่าทุกคนควรมีวันพิเศษ แต่เนื่องจากซินเยว่ไม่รู้ว่าตนเองเกิดวันไหน เขาเลยอยากให้ถือเอาวันนี้เป็นวันเกิดของเธอ เมื่อปีก่อนเธอกับเขาได้พบกันอีกครั้งในวันนี้จึงนับว่าเป็นวันดี ซ้ำยังเป็นวันแรกของปี จากนี้ไปเวลาทุกคนฉลองปีใหม่ก็จะฉลองวันเกิดให้เธอด้วย ซินเยว่ซาบซึ้งจนพูดไม่ออก ปกติเธอชอบทานเนื้อแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอคิดว่าบะหมี่อร่อยที่สุด เมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับซินเยว่หาเรื่องอิดออดโดยบอกท่านเก้าว่าเธอเพิ่งหัดเป่า (ขลุ่ย) เพลงใหม่และเพลงนี้ก็เพราะกว่าเพลงเดิมที่เธอเคยเป่าให้ฟัง ท่านเก้าจึงส่งขลุ่ยหยกให้เธอ

d

เนื้อหาของบทเพลงเป็นการเผยความในใจของหญิงสาวหมายให้ชายที่ตนรักรับรู้และยอมรับรัก แม้ซินเยว่จะฝึกเป่าเพลงนี้มานาน แต่เธอกลับตื่นเต้นจนมือสั่นเพราะนั่นคือความในใจที่เธออยากบอกท่านเก้า ครั้นพอเป่าจบต่างคนต่างนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ท่านเก้ารู้ความหมายของเพลงนี้ดีและเข้าใจเจตนาของซินเยว่ แต่เขากลับทำลายความเงียบด้วยการบอกเพียงว่าเป็นเพลงที่ไพเราะแต่เธอยังเป่าได้ไม่ดี พูดจบเขาก็ไล่ให้เธอกลับบ้านโดยบอกว่าค่ำแล้ว ซินเยว่รู้สึกเจ็บแปลบที่ใจหลังถูกปฏิเสธ เธอส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามให้เขาแต่เขากลับแกล้งทำเป็นไม่เห็นและไม่สนใจเธออีก ซินเยว่รอดูครู่หนึ่งว่าเขาจะหันกลับมาหาเธอหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้และเดินจากไปเงียบๆ ครั้นพอเดินไปถึงหน้าประตูเธอเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองหยิบขลุ่ยติดมือมาด้วยจึงนำขลุ่ยกลับไปวางคืนบนโต๊ะ ปรากฏว่าเธอเผลอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อทำให้มีเลือดออก ขลุ่ยจึงพลอยแปดเปื้อนเลือดของเธอ  ซินเยว่เดินออกจากคฤหาสน์สือเหมือนร่างไร้วิญญาณ คำพูดของท่านเก้ายังคงวนเวียนอยู่ในหัว เธอรู้สึกสับสนระคนสงสัยว่า ในเมื่อท่านเก้าไม่มีใจแล้วเขาคอยเป็นห่วงเป็นใยและทำดีกับเธอทำไม ซินเยว่เดินเหม่อลอยไปตามถนนท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าสะเก็ดประทัดกระเด็นมาถูกกระโปรง รู้ตัวอีกทีไฟก็เริ่มลุกไหม้ ทันใดนั้นก็มีใครคนหนึ่งช่วยดับไฟให้เธอและเขาคนนั้นก็คือเว่ยอู๋จี้ เขาเห็นเธอกำลังเศร้าหมองจึงพาขึ้นเกี้ยวไปฉลองปีใหม่ในค่ายทหารของกองกำลังอวี่หลิน หลังซินเยว่ซึ่งคอไม่แข็งดื่มเหล้าจนเมาปลิ้น เว่ยอู๋จี้จึงพาเธอไปส่งที่เรือนหยกโปรย ซินเยว่นึกว่าเขาคือท่านเก้า ม่อสวินเลยคว้าแขนเสื้อเขาไว้ไม่ยอมให้กลับและถามว่าทำไมถึงดีกับตน หากเขาไม่เหลียวแลตน ตนคงไม่ทุกข์ทรมานถึงเพียงนี้  เมื่อซินเยว่ผลอยหลับไปเว่ยอู๋จี้ จึงบอกให้หงกูตัดเล็บจินอวี้เพื่อที่เธอจะได้ไม่ทำร้ายตัวเองอีก  ซินเยว่ทนความคิดถึงท่านเก้าไม่ไหวแต่ไม่กล้าสู้หน้าจึงแอบปีนหลังคาบ้านที่อยู่ตรงข้ามคฤหาสน์สือแล้วแอบมองเรือนไผ่ของท่านเก้าทั้งคืนถึงแม้ว่าจะเห็นเพียงแสงตะเกียงก็ตาม พอลงจากหลังคาตอนรุ่งสาง ซินเยว่ก็รู้สึกตกใจเมื่อพบเว่ยอู๋จี้ยืนจ้องอยู่ หลังจากวันนั้นซินเยว่ก็ติดต่อกับท่านเก้าผ่านนกพิราบสื่อสารดังเดิมโดยแกล้งทำเป็นขอเทียบยาประหนึ่งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปรากฏว่าท่านเก้าตอบกลับมาด้วยถ้อยคำที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนและห่วงใยดังเดิม เว่ยอู๋จี้ จะไปปราบเผ่าซงหนูในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจึงแวะมาถามซินเยว่ ว่าอยากกลับแดนซีอวี้ (ตะวันตก) กับตนไหม เมื่อซินเยว่บอกว่ายังไม่อยากกลับเขาก็รู้สึกผิดหวัง ถึงกระนั้นซินเยว่ก็รับปากว่าจะไปส่งตอนเขาเคลื่อนทัพออกจากเมือง

g

ซินเยว่ไปหาท่านเก้าที่คฤหาสน์สือ บังเอิญว่าท่านเก้าจะไปทำธุระนอกเมืองจึงชวนเธอไปด้วย ระหว่างเดินทางมีชายสองคนควบม้าไล่ตามรถม้าของท่านเก้า ครั้นพอถูกจับได้และรู้ว่ารถม้าคันดังกล่าวเป็นของสือฝ่างทั้งคู่ก็รู้สึกตกใจและรีบขออภัยที่ล่วงเกิน ที่แท้ทั้งคู่ถูกว่าจ้างให้มาลอบสังหารซินเยว่ ซินเยว่ทั้งตกใจและสงสัยว่าใครกันแน่ที่ต้องการเอาชีวิตตน เธอไม่เคยสร้างศัตรูที่ซีอวี้และถ้าหากเป็นหูเหว่ยลี่ เขาคงไม่เสียเวลาจ้างนักฆ่าให้ยุ่งยาก หลังทั้งคู่ยอมตายแต่ไม่ยอมบอกว่าใครเป็นคนว่าจ้าง ซินเยว่จึงขอให้คนของท่านเก้าปล่อยทั้งคู่ไปและไม่ต้องสืบสาวราวเรื่องอีก องค์หญิงผิงหยางส่งของขวัญล้ำค่ามาให้เรือนหยกโปรยมากมายหลังฉินเซียงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระสนม  หงกูดีใจมากและคิดว่าอีกไม่นานฉินเซียงจะต้องส่งของขวัญมาให้พวกตนเช่นกัน ซินเยว่บอกให้หงกูทำรายการของขวัญที่ได้มาแล้วเก็บไว้เฉพาะของที่เธอชอบ ส่วนที่เหลือให้นำไปขาย หลังไปส่งเว่ยอู๋จี้ ออกรบตามสัญญาแล้วซินเยว่ได้รับแจ้งว่าท่านเก้าอยากพบเธอ ครั้นไปถึงก็พบว่าท่านเก้าต้องการยืมเงินจากเธอ เขาไม่สามารถบอกเธอได้ว่าจะนำเงินไปทำอะไรแต่รับปากว่าหากธุรกิจไปได้สวยเขาจะคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้เธอในปีหน้า  ซินเยว่รวบรวมเงินทั้งหมดที่เธอมีแต่ก็ได้เพียงหนึ่งในสามของจำนวนเงินที่ท่านเก้าต้องการ เธอเดาว่าเขาต้องการนำเงินก้อนโตไปช่วยชาวซีอวี้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยสงครามและความอดอยากอันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัด พอนึกได้ดังนั้นซินเยว่ก็คิดว่าตนทำถูกแล้วที่ส่งฉินเซียงเข้าวัง เพราะฉินเซียงเข้าวังหมายหยุดยั้งการรุกรานแดนซีอวี้ของราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ขณะที่ท่านเก้าเองก็ต้องการปกป้องชนเผ่าในแดนซีอวี้เช่นกัน กว่าจะรู้ตัวว่าตนเองคิดผิดทั้งซินเยว่และคนที่เธอรักก็ตกอยู่ในอันตราย

f

r

fg

dr

 นักแสดงนำ 

หหหห à¸à¸

                                                                                               หลิวซือซือ  รับบท ซินเยว่ /  สวีจิ่นอวี๋

หหหห à¸«à¸«à¸«à¸«

                                                                                                  เผิงอวี๋เยี่ยน (เอ็ดดี้ เผิง)  รับบท เว่ยอู๋จี้

หฟิ à¸«à¸«à¸«à¸«

                                                                                                         หูเกอ  รับบท ม่อสวิน (ท่านเก้า)

หหหหกก

                                                                                                         เฉินฝ่าลา รับบท ฉินเซียง

หหหห à¸«à¸«à¸«à¸«

                                                                                                                หานตง รับบท หลี่จี๋

หหหหหหหห

                                                                                                            ฉินฮ่าว รับบท หูเหว่ยลี่

หหหหหหหห

                                                                          จางเข่ออี๋  รับบท ว่านจื่อจิน (ฮองเฮา และพี่สาวว่านเชียน )

กกหหหห

                                                            สือเสี่ยวฉวิน  รับบท องค์หญิงเจาหยาง (พระพี่นาง / ภริยาว่านเชียน)

หหหหหหหห

                                                               อู๋จั๋วฮั่น  รับบท ว่านเชียน (น้องชายว่านฮองเฮา / สวามีพระพี่นาง)

กก à¸«à¸«à¸«à¸«

                                                                                             เถียนหรุ่ยนี รับบท หงกู

 à¸«à¸«à¸«à¸«

                                                                                                 ไช่หย่าถง รับบท เม่าอวิ๋นจู

      เพลงประกอบซีรีย์ เรื่อง ลำนำทะเลทราย 

 

 

ads

Leave a Comment

Your email address will not be published.

ads

You may like

ads
In the news
Load More
ads