หยุนเสียน หมอวังจักรพรรดิ กับ ความพยายามในการยกระดับสิทธิของผู้หญิงเทียบเท่าผู้ชาย

10 Jan 2018
บทความโดย K. NETNUALYAI

            หยุนเสียน หมอวังจักรพรรดิ กับ ความพยายาม

         ในการยกระดับสิทธิของผู้หญิงเทียบเท่าผู้ชาย

 

     หยุนเสียน หมอวังจักรพรรดิ (The Imperial Doctress) เป๋นซีรี่ย์ที่นำเสนอเรื่องราวของหญิงสาวที่มีความรู้ความสามารถด้านการแพทย์ นามว่า "ถานหยุนเสียน" ซึ่งฝ่าฟันกฏเหล็กตลอดจนปัญหาและอุปสรรคต่างๆ นานา จนกลายเป็นหมอหญิงชื่อดังแห่งราชวงศ์หมิงในที่สุด โดยซีรี่ย์ได้นำเรื่องราวของหยุนเสียนมาผนวกรวมกับเรื่องราวของ "จักรพรรดินีซู่เซี่ยว" (หังฮองเฮา - ฮองเฮาพระองค์ที่ 2 ในจักรพรรดิจิ่งไท่) ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเป็นคนละคน แถมยังมีชีวิตอยู่คนละยุคสมัยกัน โดยหยุนเสียนมีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1461–1554 ส่วนจักรพรรดินีซู่เซี่ยวสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1456  หยุนเสียนในละครจึงต่างจากตัวจริงตรงที่ไม่เพียงเป็นหมอหญิงมากฝีมือ แต่ยังเป็นต้นเหตุของรักสามเส้า ทั้งยังเป็นพระสนมและฮองเฮาของฮ่องเต้ราชวงศ์หมิงอีกด้วย ในยุคกลางของราชวงศ์หมิง ผู้หญิงมีสถานะทางสังคมด้อยกว่าผู้ชาย โดยหญิงสาวไม่มีสิทธิเป็นขุนนางหรือแม้กระทั่งหมอ พอถึงคราวล้มป่วยก็ไม่ได้รับการรักษา (จากหมอที่ล้วนเป็นผู้ชาย) อย่างทันท่วงทีด้วยความที่มีหัวอนุรักษ์นิยม หรือไม่สมาชิกในครอบครัวที่เป็นชายก็ยึดมั่นในหลักจารีต จึงไม่ยอมให้หมอแตะเนื้อต้องตัวคนในครอบครัวที่เป็นสตรี   ส่วนหมอตำแยหรือหมอชาวบ้านที่เป็นผู้หญิงซึ่งมีอยู่น้อยนิดก็ถูกตั้งแง่รังเกียจว่าเป็นคนชั้นต่ำที่ชอบแส่เรื่องชาวบ้าน

      ด้วยความที่ "จักรพรรดิหมิงอิงจง1 " (จักรพรรดิเจิ้งถ่ง) แห่งราชวงศ์หมิงทรงขึ้นครองราชย์ขณะยังทรงพระเยาว์ ซุนไทเฮา2  จึงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนและว่าราชการหลังม่านเรื่อยมา แม้กาลเวลาจะล่วงเลยจนฮ่องเต้ทรงเจริญวัย แต่ซุนไทเฮากลับไม่ยอมคืนพระราชอำนาจโดยนำเรื่องที่ฮ่องเต้ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะมาเป็นข้ออ้างหวังรักษาอำนาจทางการเมืองเอาไว้  ฮ่องเต้หนุ่มทรงเชื่อฟังคำยุแยงของขันที "หวังเจิ้น" (หรือ "หวังกงกง" ซึ่งปกครองสำนักตงฉ่าง3) จึงเริ่มแข็งข้อต่อซุนไทเฮา ซุนไทเฮาเลยแอบสั่งให้ "เฉิงอ๋อง4 " เดินทางมาเมืองหลวงอย่างลับๆ หมายแต่งตั้งให้เป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ เมื่อหวังเจิ้นรู้เข้าก็เกรงว่าตำแหน่งของตนจะสั่นคลอนจึงสั่งให้นักฆ่าของสำนักตงฉ่างลอบสังหารเฉิงอ๋องก่อนที่เฉิงอ๋องจะเดินทางมาถึงเมืองหลวง

หกหกหด

 

 

 

   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ำำ

      แต่สุดท้ายไม่สำเร็จ ถานหยุนเสียนพยายามเรียนวิชาแพทย์ เนื่องจากปู่ของนางได้เป็นแพทย์หลวงประจำในพระราชวัง แต่ถูกใส่ร้าย ทำให้ต้องโทษ  เป็นเหตุให้บิดาเปลี่ยนจากแซ่ถานเป็นแซ่หัง เพื่อความปลอดภัยและ ขอดำรงตำแหน่งแม่ทัพไปรักษาชายแดนเพื่อสร้างผลงาน และสามารถล้างมลทินได้อย่างเต็มที่ แต่ไม่ยอมให้หยุนเสียน เรียนวิชาแพทย์ แต่หยุนเสียนแอบเรียนวิชาแพทย์ โดยได้รับการสนับสนุนจาก ย่า และพยายามสอบเข้าเป็นหมอหลวงในวัง และโดนกีดกันมากมายจากบรรดาหมอหลวงที่เป็นผู้ชาย แต่ด้วยความสามารถและสติปัญญา อีกทั้งยังเป็นที่รักของฮ่องเต้หมิงอิงจง และเฉิงอ๋องพระอนุชา จึงทำให้สามารถก้าวขึ้นมาเป็นหมอหลวงหญิงอย่าง่ายดาย ลบคำสบประมาทต่างๆ ที่มีอยู่ ซีรี่ย์นี้ยังอิงประวัติศาสตร์ สมัย ราชวงศ์หมิงที่มีเหตุการณ์ ถูมู่เป่า

          จูฉีเจิ้น หรือ จักรพรรดิหมิงอิงจง หรือ ฮ่องเต้เจิ้งถ่ง เป็นพระโอรสของจักรพรรดิหมิงเสวียนจง แห่งราชวง์หมิง  จักรพรรดิหมิงอิงจง ขึ้นครองราชย์เมื่อ 9 พรรษา โดยมีซุนไทเฮาเป็นผู้สำเร็จราชการแทน โดยพระองค์ได้รับการเลี้ยงดูจากขันที หวางเจิ้น ซึ่ง เป็นขันทีที่มีพื้นเพมาจากอันธพาลในบ้านเกิด ทำให้ เมื่อเข้ามาอยู่ในวังพยายามแสวงหาอำนาจกอบโกยผลประโยชน์ในราชสำนัก และกุมอำนาจสำนักตงฉ่าง ซึ่งมีอำนาจคอยสอดส่องขุนนางและประชาชนที่คอยต่อต้านฮ่องเต้ แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นตัวหวังเจิ้นเอง และ การแย่งชิงอำนาจระหว่างไทเฮาและ จักรพรรดิหมิงอิงจง เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น หวังเจิ้นเองก็ลัวว่าตัวเองจะมีความผิดติดตัวและถูกประหารชีวิตไปตัว เลยพยายาม ลบล้างอำนาจอ๋องเฉิง แต่ด้วยขณะนั้นเอง เย่เซียน หัวหน้าเผ่าหว่าล่า แห่งมองโกล ยกทัพมาบุกตีชายแดน ประชิตต้าถง บ้านเกิดของหวังเจิ้น ทำให้ ขันทีหวังเจิ้นร้อนใจมาก กลัวทัพหว่าล่าจะมาปล้นทรัพย์สินของเขาที่ต้าถง ทำให้ กราบบังคมทูลจักรพรรดิหมิงอิงจง ให้เสด็จนำทัพด้วยพระองค์เองไปรบกับหว่าล่าที่ชายแดน แต่ด้วยที่ จักรพรรดิหมิงอิงจงเป็นคนไม่ได้เรื่อง รักสนุกห่วงแต่เล่นเหมือนเด็ก อีกทั้งมีขันทีหวังเจิ้นคอยปรนเปรอ ประจบประแจงสอพลอตลอดเวลา ทำให้ จักรพรรดิหมิงอิงจงหลงเชื่อคำของขันทีหวังเจิ้นอย่างสนิท ทั้งๆ ที่่ตนเองก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องรบทัพจับศึก พิชัยสงครามก็ไม่เคยแตะ การวางแผนหรือ ความรู้ด้านยุทธศาสตร์ในการรบก็ไม่มีเลย จะมีก็แต่การรบของจิ้งหรีด ที่เล่นไปวันๆ ได้นำทัพหมิง มากว่า แสนนาย ไปยังชายแดน แต่การเดินทัพจำนวนมาก เสบียงที่มีก็ใช้ในปริมาณมาก อีกทั้งสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่าเขา และทะเลทราย บวกกับสภาพภูมิอากาศอันเลวร้ายที่มีอากาศอันหนาวเหน็บมีหิมะตก  ทำให้การสู้รบกับหว่าล่าจึงต้องพ่ายแพ้ตั้งแต่ยกแรก ทำให้ จักรพรรดิหมิงอิงจง ด้วยคำยุยงของขันทีหวังเจิ้นที่ไร้ความรู้เรื่องการทำศึกสงคราม ให้จักรพรรดิหมิงอิงจงยกทัพกลับเมืองหลวงก่อน แต่ตนเองต้องการอวดบารมีที่บ้านเกิดที่เมืองต้าถง เลยให้ยกทัพผ่านเมืองต้าถง

หห

       แต่ขณะที่กำลังจะยกทัพเดินทางไปเมืองต้าถง ขันทีหวังเจิ้นก็พยายามหาทางกอบโกยผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองโดยทำการโกงเสบียงสำหรับกองทัพ โดยแอบเอาเสบียงของกองทัพยักยอก แอบเอาไปขายให้กับพ่อค้าท้องถิ่น ทำให้เสบียงที่มีอยู่เดิมลดน้อยลง และ ให้เปลี่ยนเส้นทางเดินทัพไปทางอื่นไม่ให้ผ่านเมืองต้าถงอีก เพราะเกรงว่า จะเกิดความเสียหายในที่นา ไร่สวน ของเขาเอง การเดินทัพกลับไปกลับมา แบบนี้ทำให้เสียเวลาและสิ้นเปลืองเสบียงเป็นอย่างมาก จนกระทั่งกองทัพของหว่าล่า ยกมากระชั้นชิดไล่ตาม เกือบถึงท้ายขบวนของกองทัพหมิง ทำให้ ขันทีหวังเจิ้น ยุยงเสนอให้ จักรพรรดิหมิงอิงจง ยกทัพไปตั้งค่ายที่บนเขาโดดๆ ไม่มีพื้นที่ติดต่อกัน ซึ่งตามพิชัยสงครามถือว่าเป็นแดนมรณะ เมื่อกองทัพหว่าล่า ยกทัพล้อมกองทัพหมิงที่ตั้งค่ายอยู่เขาโดดๆ ทำให้ง่ายต่อการตัดเส้นทางน้ำและเส้นทางลำเลียงเสบียง เมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ ทำให้กองทัพหมิงเกิดความระส่ำระสาย ขาดแคลนน้ำและเสบียงอย่างหนัก ดังนั้นกองทัพหว่าล่านำโดย เย่เซียน บุกขึ้นโจมตี กองทัพหมิงบนภูเขานั้นอย่างง่ายดาย และ เมื่อจวนตัว หัวหน้าราชองครักษ์ของจักรพรรดิหมิงอิงจง ได้สังหารขันทีหวังเจิ้น เพราะเป็นต้นเหตุของความชั่วร้ายทั้งปวงและทำให้กองทัพหมิงพ่ายแพ้ จักรพรรดิหมิงอิงจง ถูกกองทัพหว่าล่าจับกุมเป็นเชลย เหตุการณ์ดังกล่างละม้ายคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ศึกเกเต๋ง ในสมับสามก๊ก ที่ ม้าเจ๊กไปตั้งค่ายบนเขาโดดๆ จนกระทั้งสุมาอี้ยกทัพล้อมไว้ และตัดทางน้ำ และเสบียง และเผาในที่สุด

ดฟไ

ฟกไฟ

 

 

 

      

 

 

     เมื่อจักรพรรดิหมิงอิงจง ถูกหว่าล่าจับเป็นเชลย ทางเมืองหลวงที่ปักกิ่งตกใจเป็นอันมาก ทำให้ซุนไทเฮา4 ออกพระราชเสาวณีย์แต่งตั้ง จูฉีอี้ว์ เฉิงอ๋องพระอนุชาของจักรพรรดิหมิงอิงจง เป็นจักรพรรดิจิงไท่ และ จักรพรรดิจิงไท่ แต่งตั้งมหาอำมาตย์อวี๋เซียน เป็นเสนาบดีกลาโหม วางแผนหารือเพื่อรับศึกกองทัพหว่าล่า ที่จับกุมจักรพรรดิหมิงอิงจงเป็นเชลยและกำลังยกทัพเข้ามาประชิดเมืองหลวงปักกิ่ง ทำให้ชาวบ้านขวัญผวาอย่างหนัก เนื่องจากทุกที่ ที่กองทัพหว่าล่ายกทัพผ่านไป มีความป่าเถื่อน เข้าแย่งชิงทรัพย์สิน ปล้นชิง และ เข่นฆ่าชาวบ้านอย่างไร้ความปราณี แต่ด้วยความร่วมมืิอร้วมใจของชาวบ้าน กองทัพหมิงที่รักษาเมืองปักกิ่งอย่างหนาแน่ อีกทั้งกลยุทธ ของมหาอำมาตย์อวี๋เซียนที่ ยกทัพอีกองหนึ่งซุ่มอยู่ด้านหลังกองทัพหว่าล่า และนัดหมายกองทัพที่อยู่รักษาเมืองปักกิ่ง โจมตีกองทัพหว่าล่าพร้อมกันแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้ กองทัพหว่าล่า ถูกโจมตีกระนาบทั้ง 2 ด้าน จนในที่สุดพ่ายแพ้อย่างหนัก และล่าถอยกลับไปมองโกล

ำำำ

         และ 1 ปีให้หลัง เผ่าหว่าล่าเห็นว่า จักรพรรดิหมิงอิงจง ไม่มีประโยชน์อันใดแล้วเนื่องจาก        ราชวงศ์หมิงแต่งตั้งจักรพรรดิพระองค์ใหม่คือ จักพรรดิจิ่งไท่ ทำให้ปล่อยตัวจักรพรรดิหมิงอิงจง กลับเมืองปักกิ่ง แต่เมื่อกลับมาแล้วถูกจับกุมและให้ไปประทับที่วังด้านใต้ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับราชกิจและแต่งตั้งเป็นไท่ซ่างหวง (จักรพรรดิสละราชย์) ให้มีทหารราชองครักษ์รักษาล้อมไว้อย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันจักรพรรดิหมิงอิงจง คิดชิงบัลลังก์  แต่หลังจากครองราชย์ ได้ไม่กี่ปี ก็ ป่วยหนักสิ้นพระชนม์ลง ซึ่งต่อมา จักพรรดิหมิงอิงจง ได้กลับมาขึ้นครองราชย์สมบัติอีกครั้ง แต่ใช้ศักราชว่า เทียนซุ่น และ     หยุนเสียนก็กลับมาอีกครั้งในฐานะพระสนมเอก ในซีรีย์ได้ระบุว่า หยุนเสียนต้องถูกจับเป็นเชลยพร้อม จักรพรรดิหมิงอิงจง ที่เผ่าหว่าล่า และจนในที่สุดต้องแต่งงานกับเย่เซียน หัวหน้าเผ่าหว่าล่า 

คต

     และเมื่อหยุนเสียนกลับมาถึงปักกิ่ง ก็ได้แสดงความสามารถรักษษอาการปวดพระเศียรของซุนไทเฮา จนหายเป็นปกติ ทำให้ชื่อเสียงของหยุนเสียนขจรขจายไปทั่ว และได้รับการยกย่องว่า เป็นหมอหลวงหญิงคนแรกของจีน ว่ากันว่า กรณีของหยุนเสียนนี้เอง ทำให้สิทธิสตรีได้รับการยกระดับมากขึ้น ถึงแม้จะไม่เทียบเท่ากับในปัจจุบันก็ตาม แต่อย่างน้อยในสังคมสมัยนั้น เมื่อ 500 ปีก่อน ผู้หญิงได้รับการยอมรับมากขึ้น ท่ามกลางความเชื่อในลัทธิขงจื่อ ที่ฝังคนชาวจีนมากกว่า 2000 ปี บวกกับค่านิยมที่เชื่อว่าผู็ชายเป็นใหญ่ 

 

ตนย

 

                                                                            เชิงอรรถ

    1จักรพรรดิหมิงอิงจง ทรงเป็นฮ่องเต้พระองค์ที่ 6 และ 8 ของราชวงศ์หมิง  เดิมชื่อองค์ชาย "จูฉีเจิ้น" เป็นพระโอรสของจักรพรรดิหมิงเซวียนเต๋อ และเป็นโอรสบุญธรรมของสนมซุน ทรงขึ้นครองราชย์เป็น "ฮ่องเต้เจิ้งถ่ง" ขณะมีพระชนมายุเพียง 8 พรรษา จึงตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของขันทีหวังเจิ้น (ทรงเป็นฮ่องเต้วัยเยาว์พระองค์แรกของราชวงศ์หมิง) ระหว่างทำศึกกับมองโกลตามคำแนะนำของขันทีหวังเจิ้นพระองค์ทรงถูกจับเป็นเชลย เฉิงอ๋องซึ่งเป็นพระอนุชาต่างพระชนนีจึงถูกแต่งตั้งเป็นฮ่องเต้ (จักรพรรดิจิ่งไท่) แทน นับแต่นั้นพระองค์จึงมีฐานะเป็น "ไท่ซ่างอ๋อง" (ฮ่องเต้สละราชย์) หลังถูกมองโกลปล่อยตัวในอีกหนึ่งปีต่อมา พระองค์ก็ถูกพระอนุชาที่กลายเป็นฮ่องเต้กักขังไว้ที่ตำหนักใต้ภายในพระราชวังต้องห้ามเป็นเวลาเกือบเจ็ดปี ก่อนยึดบัลลังก์กลับคืนมาได้เป็นผลสำเร็จ และทรงขึ้นครองราชย์อีกครั้งโดยใช้รัชศก "เทียนซุ่น"   

   2สำนักตงฉ่าง (ตงจีซื่อฉ่าง) คือ หน่วยสืบราชการลับสมัยราชวงศ์หมิงที่ขึ้นตรงต่อฮ่องเต้และมีหัวหน้าเป็นขันที ก่อตั้งโดยจักรพรรดิหย่งเล่อ (ฮ่องเต้องค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์หมิง)  

  3เฉิงอ๋อง เดิมชื่อ องค์ชาย "จูฉีอวี้" เป็นพระโอรสองค์ที่สองของจักรพรรดิเซวียนเต๋อกับสนมอู่  หลังเกิดวิกฤตการตูมู่ (ทัพต้าหมิงพ่ายทัพมองโกล และฮ่องเต้เจิ้งถ่งซึ่งนำทัพด้วยพระองค์เองถูกจับเป็นตัวประกัน) พระองค์ทรงถูกแต่งตั้งเป็นฮ่องเต้แทนที่พระเชษฐา หลังจากพระเชษฐาถูกมองโกลปล่อยตัว พระองค์ทรงมีรับสั่งให้พระเชษฐาไปประทับที่ตำหนักใต้ ทั้งยังให้องค์รักษ์คอยคุ้มกันอย่างแน่นหนาเพราะเกรงว่าพระเชษฐาจะยึดบัลลังก์คืน แต่สุดท้ายก็ถูกพระเชษฐาโค่นบัลลังก์อยู่ดี

4ซุนไทเฮา (ฮองไทเฮา) คือ มารดาพระจักรพรรดิ หรือฮองเฮาของพระจักพรรดิองค์ก่อนซึ่งยังมีชีวิตอยู่ในรัชกาลปัจจุบัน

 

                                                  นักแสดงนำ ในเรื่องหยุนเสียน หมอวังจักรพรรดิ 

ำพ

เ้่หห

 

 

 

 

 

 

           

 

 

 

 

                                          

                                         

                                      หังหยุนเสียน / ถานหยุนเสียน รับบทโดย หลิวซือซือ 

 

สวย        หกหำก

 

 

 

                   

 

 

 

 

 

 

 

 

              จูฉีเจิน (เจิ้งฉี) / จักรพรรดิอิงจงแห่งราชวงศ์หมิง รับบทโดย ฮั่วเจี้ยนหัว (วอลเลซ ฮั่ว)

           

 

vc

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                              

 

 

                                   จูฉีอวี้ (เฉิงอ๋อง) / จักรพรรดิจิ่งไท่แห่งราชวงศ์หมิง รับบทโดย หวงเซวียน

 

เกเะืี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                             

 

 

                                                              เหย่เซียน รับบทโดย เยวี๋ยนเหวินคัง 
 

้ด้ด้้ะีท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                               

                                       เฉียนฮองเฮา / จักรพรรดินีเซี่ยวจวงรุ่ย  รับบทโดย หลี่เฉิงเยวี่ยน 

 

พำไิืรรถืถ

 

 

 

 

 

 

 

            

 

 

                                                                     วังเหม่ยหลิน รับบทโดย จินเฉิน

 

วบยสวยนร

 

 

 

 

 

 

 

        

 

 

                                                                     ซุนไทเฮา รับบทโดย เหอฉิง
 

 

 

 

Image
หยุนเสียน หมอวังจักรพรรดิ

ห้องแสดงภาพ

ติดต่อสอบถาม

คำถามทั่วไป

     สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการนำบทความไปใช้ประโยชน์

contact@shaibor.com